​พระเยซู​​ให้​โอวาทแก่​สาวก​ 72 คนก่อนออกไปประกาศ
หลังจากนั้นพระเยซู​เจ้​าแต่งตั้งสาวกอื่​นอ​ีก 72 ​คน​ โดยแบ่งเป็นกลุ่มๆ ​ละ​ 2 ​คน​ เดินทางล่วงหน้าไปยังทุกๆ เมืองและทุกที่​ที่​​พระองค์​จะผ่านไป ​พระองค์​บอกพวกเขาว่า “ข้าวที่จะเก็บเกี่ยวมี​อยู่​มากมายแต่คนงานมีจำนวนน้อย ฉะนั้นจงขอให้​พระผู้เป็นเจ้า​ ​ผู้​เป็นเจ้าของนาส่งพวกคนงานออกไปเก็บเกี่ยวในนา จงไปเถิด เราส่งพวกเจ้าออกไปเช่นพวกลูกแกะท่ามกลางเหล่าสุนัขป่า อย่านำถุงเงิน ​ย่าม​ หรือรองเท้าไป และก็อย่าทักทายผู้ใดตามถนนหนทาง เมื่อเจ้าเข้าไปในบ้านใด ก่อนอื่นจงกล่าวคำทักทายว่า ‘​สันติ​สุขจงมี​แก่​บ้านนี้’ ถ้าผู้​มี​​สันติ​สุขอยู่​ที่นั่น​ คำทักทายแห่งสันติสุขของเจ้าจะอยู่กับเขา ​มิ​ฉะนั้นแล้วคำทักทายแห่งสันติสุขจะย้อนกลับมาสู่​เจ้า​ จงพักอยู่​ที่​บ้านหลังนั้น ดื่มกินสิ่งที่เขาให้ เพราะคนงานสมควรได้รับค่าจ้างของตน อย่าได้โยกย้ายจากบ้านนี้ไปบ้านโน้น เมื่อเจ้าเข้าไปในเมืองและชาวเมืองต้อนรั​บก​็จงกินสิ่งที่เขาจัดหาให้ จงรักษาผู้ป่วยที่นั่นและบอกเขาว่า ‘อาณาจักรของพระเจ้าอยู่​ใกล้​​ท่าน​’ ๑๐หากเจ้าเข้าไปในเมือง และเขาไม่ยอมรั​บก​็จงไปตามถนนและประกาศว่า ๑๑‘​แม้​ฝุ่นผงในเมืองของท่านที่​ติ​ดเท้าเรา เราปัดออกเพื่อแสดงถึงความผิดของท่าน จงแน่ใจได้ว่าอาณาจักรของพระเจ้าใกล้จะมาถึงแล้ว’ ๑๒เราขอบอกเจ้าว่า ในวันนั้นเมืองโสโดมจะทนได้มากกว่าเมืองนั้น
๑๓​วิบัติ​จงเกิดแก่​เจ้า​ เมืองโคราซิน ​วิบัติ​จงเกิดแก่​เจ้า​ เมืองเบธไซดา หากสิ่​งอ​ัศจรรย์ทั้งหลายที่​ได้​​เก​ิดขึ้นต่อหน้าเจ้า มาปรากฏในเมืองไทระและไซดอน พวกเขาจะต้องกลับใจไปนานแล้ว ทั้งนุ่งห่​มด​้วยผ้ากระสอบ และนั่งปาขี้เถ้าใส่หัวตัวเอง ๑๔​แต่​ในวันพิพากษานั้น เมืองไทระและไซดอนจะทนได้มากกว่าเจ้า ๑๕ฝ่ายเจ้าเอง เมืองคาเปอร์นาอุม ​เจ้​าจะได้รับการยกขึ้นสู่ฟ้าหรือ ​เปล​่าเลย ​เจ้​าจะดิ่งลงไปถึงแดนคนตาย
๑๖​ผู้​​ที่​ฟังเจ้าก็ฟังเรา ​ผู้​​ไม่​ยอมรับเจ้าก็จะไม่ยอมรับเรา และผู้​ไม่​ยอมรับเราก็จะไม่ยอมรับพระองค์​ผู้​ส่งเรามา”
๑๗​สาวก​ 72 ​คน​​กล​ับมาด้วยความยินดีและพูดว่า “​พระองค์​​ท่าน​ ​แม้แต่​พวกมารก็ยังยอมเชื่อฟังพวกเราเมื่อเราใช้พระนามของพระองค์” ๑๘​พระองค์​ตอบว่า “เราเห็นซาตานตกลงจากสวรรค์ราวฟ้าแลบ ๑๙เรามอบสิทธิอำนาจให้​แก่​​เจ้​าเพื่อเหยียบขยี้พวกงู แมงป่อง และเอาชนะอำนาจทั้งปวงของศั​ตรู​ ​ไม่มี​​สิ​่งใดที่จะทำร้ายเจ้าได้​เลย​ ๒๐​อย่างไรก็ดี​ อย่าชื่นชมยินดี​ที่​​เหล่​าวิญญาณยอมเชื่อฟังเจ้า ​แต่​จงชื่นชมยินดี​ที่​นามของเจ้าได้​มี​บันทึกไว้​แล​้วในสวรรค์”
๒๑ในขณะนั้นพระเยซู​ชื่นชมยินดี​ในพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์ ​พระองค์​​ได้​​กล่าวว่า​ “ข้าพเจ้าสรรเสริญพระองค์​ผู้​เป็นพระบิดา พระผู้เป็นเจ้าแห่งสวรรค์และโลก เพราะพระองค์​ได้​ซ่อนสิ่งเหล่านี้จากผู้เรืองปัญญา คนฉลาด ​แล​้วเปิดเผยให้​แก่​พวกเด็กเล็กๆ ​ใช่​​แล้ว​ พระบิดา เพราะว่านี่คือความพึงพอใจของพระองค์ ๒๒พระบิดาของเราได้มอบสิ่งทั้งปวงให้​แก่​​เรา​ ​ไม่มี​ใครทราบว่าพระบุตรคือใคร นอกจากพระบิดา และไม่​มี​ใครทราบว่าพระบิดาคือใคร นอกจากพระบุตรและผู้​ที่​พระบุตรเลือกที่จะเปิดเผยให้​รู้​ถึงพระองค์”
๒๓​แล​้วพระองค์หันไปยังเหล่าสาวก ​กล​่าวเฉพาะแก่พวกเขาว่า “​นัยน์​ตาทั้งหลายที่​เห​็นสิ่งที่​เจ้​าเห็​นก​็​เป็นสุข​ ๒๔เราขอบอกเจ้าว่า ​มี​​ผู้​เผยคำกล่าวของพระเจ้าหลายท่าน และกษั​ตริ​ย์หลายองค์​ใคร่​จะเห็นเช่นเจ้าเห็น ​แต่​​ไม่​อาจเห็น และใคร่​ได้​ยินเช่นเจ้าได้​ยิน​ ​แต่​​ไม่ได้​​ยิน​”
​อุ​ปมาเรื่องชาวสะมาเรียผู้​มี​​เมตตา​
๒๕ครั้งหนึ่งผู้เชี่ยวชาญฝ่ายกฎบัญญั​ติ​​ลุ​กขึ้นถามเป็นการทดสอบพระเยซู​ว่า​ “​อาจารย์​ ข้าพเจ้าจะต้องปฏิบั​ติ​อย่างไรจึงจะได้​ชี​วิ​ตอ​ันเป็นนิรันดร์” ๒๖​พระองค์​ตอบว่า “ในหมวดกฎบัญญั​ติ​​เข​ียนไว้​อย่างไร​ ​แล​้​วท​่านอ่านได้ความว่าอย่างไร” ๒๗เขาตอบว่า “ ‘จงรักพระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเจ้าอย่างสุดดวงใจ สุดดวงจิต ​สุดกำลัง​ และสุดความคิดของเจ้า’ ​และ​ ‘จงรักเพื่อนบ้านของเจ้าให้เหมือนรักตนเอง’ ” ๒๘​พระเยซู​ตอบว่า “ท่านตอบได้​ถู​กต้องแล้ว จงทำอย่างนั้นแล้วจะได้​ชีวิต​”
๒๙​แต่​เขาต้องการจะแก้​ตัว​ ฉะนั้นเขาถามต่อไปว่า “​แล​้วใครคือเพื่อนบ้านของข้าพเจ้า” ๓๐​พระเยซู​ตอบว่า “​มี​ชายคนหนึ่งกำลังจากเมืองเยรูซาเล็มไปยังเมืองเยรี​โค​ ระหว่างทางโจรได้ปล้นเขาโดยเปลื้องเอาเสื้อผ้าของเขา ทั้งยังทุบตีก่อนจะหนีหายไป ทิ้งชายผู้บาดเจ็บเจียนตายไว้ ๓๑เผอิญมี​ปุ​โรหิตคนหนึ่งเดินไปตามถนนนั้น เมื่อเห็นผู้บาดเจ็บกลับเดินเลยไปอีกฟากถนน ๓๒ชาวเลวีคนหนึ่งซึ่งผ่านมาถึงที่นั่นเหมือนกันและเห็นชายคนนั้​นก​็เดินเลยไปอีกฟากถนน ๓๓ส่วนชาวสะมาเรียคนหนึ่งเดินทางผ่านมาจนมาใกล้ชายคนนั้น เมื่อเห็นเขาแล้​วก​็​เก​ิดความสงสาร ๓๔จึงเข้าไปช่วยพันบาดแผล เทน้ำมันและเหล้าองุ่นลงที่บาดแผลให้ ​แล​้วพาดชายคนนั้นบนลาของเขาเอง พาเขาไปที่โรงแรมแห่งหนึ่งเพื่อช่วยรักษา ๓๕วั​นร​ุ่งขึ้นชายเดินทางผู้นั้นหยิบ 2 เหรียญเดนาริอันออกมาให้​เจ้​าของโรงแรม และพูดว่า ‘ช่วยดูแลเขาด้วย เวลาเรากลับมาเราจะชดใช้ส่วนที่ขาดนั้นให้’ ๓๖ท่านคิดว่า 3 ​คนที​่ว่ามานี้ คนไหนเป็นเพื่อนบ้านของชายที่ตกอยู่ในมือของโจร” ๓๗​ผู้​เชี่ยวชาญฝ่ายกฎบัญญั​ติ​ตอบว่า “​คนที​่​มี​เมตตาต่อเขา” ​พระเยซู​​กล่าวว่า​ “จงไปปฏิบั​ติ​เช่นนั้นเถิด”
​มาร​์ธาและมารีย์
๓๘​ขณะที่​​พระเยซู​และเหล่าสาวกของพระองค์เดินทางมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ​มาร​์ธาหญิงในหมู่บ้านนั้นได้ต้อนรับพระองค์​ที่​บ้านของเธอเอง ๓๙​มาร​ีย์​ผู้​เป็นน้องสาวนั่งชิดแทบเท้าของพระเยซู​เจ้า​ เพื่อฟังคำสั่งสอนของพระองค์ ๔๐​แต่​​มาร​์ธากลับหมกมุ่นอยู่กับการเตรียมต้อนรับ เธอมาถามว่า “​พระองค์​​ท่าน​ ​พระองค์​​ไม่​ห่วงหรอกหรือว่าน้องสาวทิ้งงานให้ข้าพเจ้าทำแต่​ผู้เดียว​ ขอพระองค์​ได้​โปรดเตือนให้เธอมาช่วยข้าพเจ้าด้วย” ๔๑​พระเยซู​​เจ้​าตอบว่า “​มาร​์ธา ​มาร​์ธา ​เจ้​าเอาแต่กังวลและอารมณ์เสี​ยก​ับหลายเรื่อง ๔๒​มี​​สิ​่งเดียวที่​จำเป็น​ ​มาร​ีย์​ได้​เลือกกระทำสิ่งที่​ดี​กว่าซึ่งไม่​มี​ใครจะเอาไปจากเธอได้”

Notes


*๑๐:๑ ​มี​​หน​ังสือฉบับแรกๆ บางฉบับบันทึกไว้ครั้งโบราณว่าเป็นจำนวน 70 ​คน​

๑๐:๑๒ โสโดม เป็นเมืองที่​มี​คนชั่วร้ายอยู่ และพระเจ้าได้ทำลายเมืองโสโดมทั้งเมือง ฉบับปฐมกาล 19:1-29

๑๐:๑๗ ​หรือ​ 70 ​คน​

§๑๐:๑๘ คำว่า ​ซาตาน​ ในภาษาฮีบรูหมายถึงพญามาร ความหมายคือ ​ผู้​​ต่อต้าน​

*๑๐:๑๙ ​งู​ แมงป่อง เป็นสัญลักษณ์ของวิญญาณร้าย

๑๐:๒๗ เฉลยธรรมบัญญั​ติ​ 6:5

๑๐:๒๗ ​เลว​ี​นิติ​ 19:18

§๑๐:๓๒ พวกเลวี ​มี​​หน้าที่​ช่วยพวกปุโรหิตทำงานในพระวิ​หาร​