รอคอยพระเจ้าแห่งความรอดพ้น
๑วิบัติแก่ตัวข้าพเจ้าเอง เพราะข้าพเจ้าเป็น
เหมือนผลไม้ที่ถูกเก็บรวบรวมในฤดูร้อน
เหมือนองุ่นที่ถูกเก็บเมื่อตกหล่นแล้ว
ไม่มีพวงองุ่นรับประทาน
ไม่มีผลมะเดื่อสุกผลแรกที่ข้าพเจ้าอยากจะได้
๒ผู้ที่ภักดีได้ตายไปจากโลกแล้ว
ไม่มีใครที่เที่ยงธรรมในมวลมนุษย์
พวกเขาทุกคนนั่งดักรอให้มีการหลั่งเลือด
และแต่ละคนตามล่าพี่น้องของตนด้วยตาข่าย
๓มือทั้งสองถนัดในการทำความชั่ว
เจ้านายและผู้ตัดสินความรับสินบน
ผู้มีอำนาจสั่งการตามความต้องการของตน
พวกเขาจึงวางแผนร่วมกัน
๔คนที่ดีที่สุดในพวกเขาเป็นดั่งขวากหนาม
คนที่เที่ยงธรรมที่สุดในพวกเขาเป็นดั่งพุ่มไม้หนาม
วันของบรรดาผู้เฝ้ายามและการลงโทษของท่านได้มาถึงแล้ว
บัดนี้พวกเขาไม่รู้จะทำอย่างไร
๕อย่าไว้วางใจเพื่อนบ้าน
อย่ามั่นใจในเพื่อนฝูง
ระวังปากของท่าน
ไม่เผยให้กับเธอที่นอนอยู่ในอ้อมอกของท่าน
๖เพราะลูกชายดูหมิ่นพ่อ
ลูกสาวก้าวร้าวต่อแม่ของเธอ
ลูกสะใภ้ต่อต้านแม่สามีของเธอ
คนในบ้านกลับเป็นศัตรูของเขาเอง
๗แต่สำหรับข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าจะพึ่งในพระผู้เป็นเจ้า
ข้าพเจ้าจะรอคอยพระเจ้าแห่งความรอดพ้นของข้าพเจ้า
พระเจ้าของข้าพเจ้าจะได้ยินข้าพเจ้า
๘โอ ศัตรูของข้าพเจ้าเอ๋ย อย่าสมน้ำหน้าข้าพเจ้า
เวลาที่ข้าพเจ้าล้มลง ข้าพเจ้าจะลุกขึ้น
เวลาที่ข้าพเจ้านั่งอยู่ในความมืด
พระผู้เป็นเจ้าจะเป็นแสงสว่างสำหรับข้าพเจ้า
๙เพราะข้าพเจ้ากระทำบาปต่อพระองค์
ข้าพเจ้าจะทนต่อความโกรธของพระผู้เป็นเจ้า
ข้าพเจ้าจะทนจนกระทั่งพระองค์จะสู้ความให้ข้าพเจ้า
และให้ข้าพเจ้าได้รับความเป็นธรรม
พระองค์จะนำข้าพเจ้าไปสู่ความสว่าง
ข้าพเจ้าจะเห็นความชอบธรรมของพระองค์
๑๐แล้วศัตรูของข้าพเจ้าจะเห็น
และจะสวมด้วยความอับอาย เธอที่พูดดังนี้ว่า
“พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านอยู่ที่ไหน”
ดวงตาของข้าพเจ้าจะมองเธอ
บัดนี้เธอจะถูกเหยียบย่ำ
อย่างโคลนตมที่ถนน
๑๑วันที่จะสร้างกำแพงของท่านจะมาถึง
เป็นวันขยายเขตแดนของท่าน
๑๒ในวันนั้น ประชาชนจะมาหาท่าน
มาจากอัสซีเรียและเมืองต่างๆ ของอียิปต์
และจากอียิปต์ถึงแม่น้ำยูเฟรติส
จากทะเลจรดทะเล
และจากภูเขาจรดภูเขา
๑๓แต่แผ่นดินโลกจะกลายเป็นที่รกร้าง
เหตุเพราะผู้อยู่อาศัย
เนื่องจากผลแห่งการกระทำของพวกเขา
๑๔จงเลี้ยงดูชนชาติของพระองค์ด้วยไม้เท้า
พวกเขาเป็นฝูงชนซึ่งเป็นมรดกของพระองค์
และแยกอาศัยอยู่ตามลำพังในป่า
ในท่ามกลางแผ่นดินอันอุดม
ปล่อยให้พวกเขาหากินอยู่ในบาชานและกิเลอาด
เหมือนกับที่เป็นในครั้งโบราณกาล
๑๕“เหมือนสมัยที่เจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์
เราจะทำให้พวกเขาเห็นสิ่งมหัศจรรย์”
๑๖บรรดาประชาชาติจะเห็น
และอับอายกับพละกำลังของพวกเขาเอง
และจะเอามือปิดปากไว้
และหูของพวกเขาก็จะหนวก
๑๗พวกเขาจะเลียผงคลีดินเหมือนงู
เหมือนสิ่งที่เลื้อยคลานบนดิน
พวกเขาจะตัวสั่นออกมาจากหลักยึดอันมั่นคง
พวกเขาจะหันเข้าหาพระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของพวกเรา
และพวกเขาจะเกรงกลัวพระองค์
ความรักและความเมตตาของพระเจ้า
๑๘ใครเป็นพระเจ้าเหมือนพระองค์ซึ่งให้อภัยบาป
และยกโทษการล่วงละเมิดของผู้สืบมรดก
ที่ยังมีชีวิตเหลืออยู่ของพระองค์
พระองค์ไม่เก็บความโกรธของพระองค์ไปตลอดกาล
เพราะพระองค์ยินดีแสดงความรักอันมั่นคง
๑๙พระองค์จะมีความเมตตาต่อพวกเราอีก
พระองค์จะเหยียบบาปทั้งหลายของพวกเราไว้ที่ใต้เท้า
และเหวี่ยงบาปต่างๆ ของพวกเราลงในทะเลลึก
๒๐พระองค์จะแสดงความสัตย์จริงแก่ยาโคบ
และแสดงความรักอันมั่นคงต่ออับราฮัม
อย่างที่พระองค์ได้สาบานแก่บรรพบุรุษของพวกเรา
ในครั้งโบราณกาล