อธิษฐานให้ชนชาติของพระองค์รอดพ้นจากศัตรู
เพลงสดุดีแห่งความฉลาดรอบรู้ของอาสาฟ
๑โอ พระเจ้า ทำไมพระองค์จึงทอดทิ้งพวกเราไปตลอดกาล
ทำไมความกริ้วของพระองค์จึงปะทุขึ้นต่อฝูงแกะในทุ่งหญ้าของพระองค์
๒โปรดระลึกถึงคนของพระองค์ที่ได้เลือกไว้แต่เก่าก่อน
ที่พระองค์ได้ไถ่ให้เป็นเผ่าพันธุ์ของผู้สืบมรดกของพระองค์
โปรดระลึกถึงภูเขาศิโยน อันเป็นที่ซึ่งพระองค์เคยพำนัก
๓โปรดก้าวเท้าไปสำรวจสิ่งที่ปรักหักพังเป็นนิตย์
พวกศัตรูได้ทำลายทุกสิ่งในสถานที่บริสุทธิ์
๔พวกข้าศึกได้ตะโกนร้องด้วยชัยชนะท่ามกลางที่ประชุมของพระองค์
พวกเขาตั้งธงชัยขึ้นเป็นสัญลักษณ์ของเขาเอง
๕ดูเหมือนว่าพวกเขายกขวานขึ้น
จามไม้ในป่าทึบ
๖ในทันใดนั้นเขาก็ทำลายส่วนที่เป็นไม้สลักทั้งหมดลง
ด้วยขวานและค้อน
๗พวกเขาเอาไฟเผาที่พำนักของพระองค์
เขาทำให้สถานที่อันเป็นที่ซึ่งพระองค์ได้รับการนมัสการเป็นมลทินไปทุกกระเบียดนิ้ว
๘พวกเขาคิดอยู่ในใจว่า “เรามาทำให้พวกเขาพินาศย่อยยับกันเถิด”
แล้วเขาก็เผาสถานที่ประชุมของพระเจ้าทุกแห่งในแผ่นดิน
๙พวกเราไม่เห็นสัญลักษณ์สำหรับพวกเราเลย
ไม่มีผู้เผยคำกล่าวของพระเจ้าอีกแล้ว
และไม่มีผู้ใดในหมู่พวกเราทราบว่าจะเป็นเวลานานแค่ไหน
๑๐โอ พระเจ้า นานเพียงไรที่ศัตรูจะเยาะเย้ยพระองค์
พวกเขาจะดูถูกพระนามของพระองค์ไปตลอดกาลหรือ
๑๑ทำไมพระองค์จึงยั้งมือขวาของพระองค์ไว้
ยื่นมือออกจากทรวงอกของพระองค์เถิด ทำลายให้จบสิ้นไป
๑๒โอ พระเจ้า กษัตริย์ของข้าพเจ้าแต่ก่อนเก่า
พระองค์นำความรอดพ้นมายังแผ่นดินโลก
๑๓พระองค์แยกน้ำทะเลออกด้วยอานุภาพของพระองค์
พระองค์หักหัวฝูงมังกรในน้ำ
๑๔พระองค์ขยี้หัวตัวเหรา
พระองค์ให้มันเป็นอาหารสำหรับสัตว์ในทะเลทราย
๑๕พระองค์ทำให้น้ำพุและลำธารมีน้ำไหลพุ่ง
พระองค์ทำให้แม่น้ำที่ไหลอยู่เหือดแห้ง
๑๖กลางวันเป็นของพระองค์ และกลางคืนก็ยังคงเป็นของพระองค์เช่นกัน
พระองค์สร้างดวงจันทร์และดวงอาทิตย์
๑๗พระองค์กำหนดเขตแดนของทุกสิ่งบนโลก
ให้มีฤดูร้อนและฤดูหนาว
๑๘โอ พระผู้เป็นเจ้า ขอพระองค์ตระหนักด้วยว่า พวกศัตรูหัวเราะเยาะพระองค์
และคนโง่พากันเย้ยหยันพระนามของพระองค์
๑๙อย่ายกชีวิตนกพิราบของพระองค์ให้พวกสัตว์ป่า
อย่าลืมชีวิตของคนยากจนของพระองค์โดยสิ้นเชิง
๒๐โปรดคำนึงถึงพันธสัญญาของพระองค์
เพราะทุกมุมมืดเต็มด้วยการกระทำอันรุนแรง
๒๑อย่าปล่อยให้คนที่ถูกบีบบังคับต้องถูกเหยียดหยาม
ให้ผู้ขัดสนและผู้ยากไร้สรรเสริญพระนามของพระองค์
๒๒โอ พระเจ้า พระองค์โปรดลุกขึ้นสู้ความ
ตระหนักเถิดว่าคนเขลาหัวเราะเยาะพระองค์ตลอดวันเวลา
๒๓อย่าลืมเสียงร้องของศัตรูของพระองค์
มันคือเสียงก่อกวนของฝ่ายตรงข้ามที่เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน