เอลีฮูประกาศความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า
๑เรื่องนี้ทำให้ใจข้าพเจ้าสั่นระรัว
และทำให้ใจหายใจคว่ำ
๒ฟังเสียงของพระองค์เป็นเสียงฟ้าร้องกระหึ่ม
และเสียงกึกก้องมาจากปากของพระองค์
๓พระองค์ให้ฟ้าแลบไปทั่วใต้ฟ้าสวรรค์
และแสงฟ้าแลบไปทั่วแหล่งหล้า
๔เสียงของพระองค์ดังกระหึ่มตามไป
พระองค์ทำเสียงฟ้าร้องด้วยอานุภาพ
และพระองค์ไม่ยั้งสายฟ้าแลบเมื่อคนได้ยินเสียงของพระองค์
๕พระเจ้าเปล่งเสียงเป็นเสียงฟ้าร้องที่น่าอัศจรรย์ใจ
พระองค์กระทำสิ่งอันยิ่งใหญ่ซึ่งเราไม่สามารถเข้าใจได้
๖เพราะพระองค์กล่าวกับหิมะว่า ‘จงตกลงบนแผ่นดินโลก’
เช่นเดียวกับฝนที่เทกระหน่ำลงมา
๗พระองค์ห้ามมือมนุษย์ทุกคนไว้
เพื่อเขาทุกคนที่พระองค์สร้างขึ้นจะได้หยุดพักจากการงาน
๘และพวกสัตว์ป่าก็เข้าถ้ำของมัน
และพักอยู่ในที่ของมัน
๙พายุหมุนพัดมาจากทิศใต้
และความหนาวมาจากทิศเหนือ
๑๐น้ำแข็งได้มาจากลมหายใจของพระเจ้า
และแผ่นน้ำอันกว้างใหญ่ก็แข็งตัว
๑๑พระองค์สะสมความชื้นในเมฆอันหนาทึบ
พระองค์แผ่สายฟ้าแลบออกไปในหมู่เมฆ
๑๒เมฆล่องลอยไปมาตามแผนการของพระองค์
เพื่อบรรลุทุกสิ่งที่พระองค์บัญชา
อยู่เหนือแผ่นดินโลก
๑๓ไม่ว่าจะเพื่อการลงโทษ หรือเพื่อรดแผ่นดิน
หรือเพื่อแสดงความรัก พระองค์เป็นผู้ทำให้บังเกิดขึ้น
๑๔โอ โยบ ขอท่านฟังเรื่องนี้เถิด
ขอท่านหยุดนิ่งและพิจารณาสิ่งมหัศจรรย์ของพระเจ้า
๑๕ท่านทราบไหมว่า พระเจ้าทำให้เมฆเคลื่อนที่ไป
และทำให้แสงฟ้าแลบออกจากเมฆได้อย่างไร
๑๖ท่านทราบไหมว่า เมฆลอยอยู่ได้อย่างไร
สิ่งมหัศจรรย์ขององค์ผู้มีความรู้อันสมบูรณ์
๑๗ท่านเองรู้สึกร้อนภายใต้เสื้อผ้าที่สวมอยู่
เมื่อแผ่นดินแน่นิ่งและร้อนผ่าวจากลมทิศใต้
๑๘ท่านแผ่ท้องฟ้าออกไปเหมือนกับที่พระองค์ทำได้ไหม
เป็นแผ่นกว้างเหมือนแผ่นเหล็กสะท้อนแสง
๑๙บอกพวกเราเถิดว่า เราน่าจะพูดอะไรกับพระองค์
พวกเราไม่สามารถเตรียมคดีได้เพราะทุกอย่างมืดแปดด้าน
๒๐ควรหรือที่จะบอกพระองค์ว่า ข้าพเจ้าจะขอพูด
มีใครบ้างที่อยากจะพินาศ
๒๑บัดนี้ก็ไม่มีผู้ใดจ้องมองแสง
เมื่อท้องฟ้าส่องสว่างจ้า
และเมื่อลมพัดเมฆผ่านไปแล้ว
๒๒ความเรืองรองดั่งทองคำปรากฏจากทิศเหนือ
พระเจ้าทรงเครื่องด้วยความยิ่งใหญ่อันน่าเกรงขาม
๒๓องค์ผู้กอปรด้วยมหิทธานุภาพ พวกเราเอื้อมไม่ถึงพระองค์ พระองค์มีอานุภาพยิ่งใหญ่นัก
พระองค์เที่ยงธรรมและมีความชอบธรรมมาก ฉะนั้นพระองค์ไม่ทำให้คนมีความทุกข์
๒๔ดังนั้น ผู้คนจึงยำเกรงพระองค์
พระองค์ไม่เชื่อถือผู้ที่คิดในใจว่าตนเรืองปัญญานัก”